สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศพร้อมลงทุนกว่า 750 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในส่วนของพนักงาน ฝูงบิน บริการบนเครื่องรวมทั้งระบบการวางแผนและทรัพยากร ณ งานดูไบ แอร์โชว์
เมื่อเร็วๆนี้สายการบินฯ ได้ฉลองครบรอบการดำเนินงานปีที่ 6 พร้อมกับกล่าวถึงการลงทุนว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางธุรกิจในการที่จะสนับสนุนและผลักดันให้บริษัทก้าวสู่การเป็นสายการบินชั้นนำของโลก

(จากซ้ายไปขวา) ฮาเร็บ อัล มูฮารี หัวหน้างานสื่อสารองค์กร สายการบินเอทิฮัด มร.เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเอทิฮัด สายการบินเอทิฮัด เวอร์เนอร์ โรเทนบีเชอร์ รองประธานบริหารฝ่ายเทคนิค สายการบินเอทิฮัด ในระหว่างงานแถลงข่าว จัดขึ้น ณ งานดูไบ แอร์ โชว์
ภายในงานแถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้นในวันที่สองของงานดูไบ แอร์โชว์ มร.เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า “สายการบินเอทิฮัดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับที่ดีในระยะเวลาเพียงแค่ 6 ปีที่เริ่มดำเนินการ เราได้สร้างแบรนด์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งการบริการอันยอดเยี่ยม และฐานการบินอันแข็งแกร่ง ณ ท่าอากาศยานอาบูดาบี ความก้าวหน้าทั้งหมด ได้รับการยอมรับและยกย่องเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ภายหลังจากที่สายการบินเอทิฮัดได้รับรางวัล “สายการบินยอดเยี่ยมที่สุดในโลก” จากงานประกาศรางวัลเวิร์ล ทราเวล อวอร์ด
“คำสั่งซื้อฝูงบินและเครื่องยนต์ซึ่งมีมูลค่าสูงทำลายสถิติวงการอุตสาหกรรมการบิน ณ งานฟาห์นโบโร และ ปารีส แอร์โชว์ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเราไปสู่สายการบินชั้นนำในวงการการบินของโลก เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตและการพัฒนาต่อไปในอนาคต”
“ขณะนี้ เราเตรียมพร้อมเพื่อก้าวสู่การพัฒนาขั้นต่อไป ในช่วงอาทิตย์ต่อจากนี้ ทางสายการบินฯเตรียมประกาศข้อสัญญา การร่วมเป็นพันธมิตร รวมทั้งการริเริ่มใหม่ๆซึ่งจะได้ชี้ให้เห็นถึงยุทธศาสตร์สำคัญทางธุรกิจที่เราได้วางไว้ รวมถึงเอื้อให้เราสามารถดำเนินการตามแผนระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
มร.โฮแกน กล่าวว่า ข้อตกลงและการร่วมลงนามในสัญญาที่เกิดขึ้น จะได้เอื้ออำนวยในการดูแลรักษา ปรับปรุงสภาพเคบินรวมถึงส่วนประกอบต่างๆสำหรับเครื่องบินที่ใช้งานอยู่ในฝูงบินปัจจุบัน รวมทั้งเครื่องที่กำลังจะได้รับการส่งมอบภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้
นอกจากนั้น สายการบินฯยังได้เตรียมประกาศข้อตกลงในการนำเอาระบบซอฟท์แวร์อันล้ำสมัยเข้ามาใช้ในการวางแผนจัดการการบิน รวมทั้งการวางแผนเรื่องเคบินและกำลังลูกเรือ
สายการบินฯ ยังพร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการ Emiritisation ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการพัฒนาและจ้างงานชาวอาหรับ ด้วยการทำข้อตกลงร่วมกับ Institute of Applied technology ในการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้ามาร่วมงานกับสายการบินเอทิฮัด
การแถลงข่าวในหัวข้ออื่นๆ ได้แก่:
• สัญญากับพานาโซนิค ในการติดตั้งระบบความบันเทิงบนเครื่องบินที่มีความครอบคลุมมากที่สุด ในฝูงบินแอร์บัส เอ330-300 และเครื่องโบอิ้ง บี777 แบบใหม่ ซึ่งมีกำหนดส่งมอบในเดือนธันวาคม 2552 และ 2554 ตามลำดับ ระบบความบันเทิงจากพานาโซนิค รุ่น อีเอ็กซ์2 จะได้มอบระบบข้อมูลและฟังก์ชั่นการใช้งานด้านความบินเทิงที่ครบครันให้กับผู้โดยสารในทุกๆเคบิน ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารเด็กหรือผู้ใหญ่
• สัญญามูลค่ากว่า 200 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วมกับ International Aero Engines เพื่อวางระบบการบินระยะไกลแบบครบวงจร รวมทั้งบริการซ่อมบำรุงให้แก่เครื่องแอร์บัสจำนวน 14 ลำ ในฝูงบินแบบลำตัวแคบ การมอบหมายให้ทาง ไอเออี เข้ามาดูแลด้านการดูแลรักษาเครื่องยนต์นั้น ก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านการใช้น้ำมัน ความน่าเชื่อถือ รวมถึงช่วยเพิ่มช่วงเวลาในการบินให้มากขึ้นจากช่วงที่มีการดูแลเครื่องหลังจากการบินระยะไกล
• สัญญาร่วมกับลุฟท์ฮันซ่าส์ เทคนิค ในการติดตั้งเคบินสวีทชั้นเฟิร์สคลาสแบบใหม่ในเครื่องบินแอร์บัส เอ340ซึ่งใช้บินอยู่ในปัจจุบัน ขอบข่ายการทำงานรวมไปถึงการปรับปรุงเคบินใหม่ทั้งหมด รวมพื้นที่ของครัว และระบบเพื่อความบันเทิงแบบใหม่
• สัญญาร่วมกับ Abu Dhabi Aircraft Technologies (ADAT) เพื่อพัฒนาเคบินทั้งหมดในฝูงบินโบอิ้ง บี777 และ แอร์บัส เอ320 โดยในส่วนของโบอิ้ง บี777 ครอบคลุมการเปลี่ยนและปรับการจัดผังที่นั่งในเคบิน รวมทั้งพัฒนาระบบความบันเทิงบนเครื่อง สำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ320 จะได้รับการตกแต่งใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานของเอทิฮัด
• ข้อตกลงด้านการสนับสนุนส่วนประกอบต่างๆมูลค่ากว่า 250 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วมกับบริษัท SR Technics บริษัทชั้นนำด้านการดูแลรักษา ซ่อมแซมและจัดหาอุปกรณ์สำหรับเที่ยวบินระยะไกล ซึ่งจะทำให้สายการบินเอทิฮัดสามารถมีช่องทางเข้าถึงส่วนประกอบเครื่องบินกว่า 3000 ชิ้น ณ ท่าอากาศยานอาบูดาบี รวมถึงศูนย์การบินในประเทศอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อลดความจำเป็นในการลงทุนด้านการดูแลรักษาที่มีขนาดขอบข่ายงานที่ใหญ่รวมทั้งมีราคาแพง
• ข้อตกลงร่วมกับ ลุฟฮันซ่า ซิสเต็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไอทีสำหรับการบิน เพื่อนำระบบการวางแผนการบินแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งจะช่วยให้สายการบินฯสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันถึงกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งลดการปล่อยของเสียสู่บรรยากาศ และมีขั้นตอนการวางแผนการบินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
• ข้อตกลงร่วมกับ โครนอส อินคอร์เปอเรต (Kronos Incorporated) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการด้านซอฟท์แวร์บริหารจัดการงานบุคคล เพื่อเข้ามาจัดการขั้นตอนในการวางแผนและบริหารงานให้เป็นแบบอัตโนมัติรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด สำหรับลูกเรือของสายการบินเอทิฮัดกว่า 4,000 คน ระบบซอฟท์แวร์เพื่อวางแผนการใช้ลูกเรือแบบใหม่นี้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพในการวางแผนลูกเรือและเพิ่มความแน่นอนให้กับตารางการบินของลูกเรือ
ปัจจัยซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการเติบโตของเอทิฮัดก็คือการทุ่มงบประมาณลงทุนในเคบินพรีเมี่ยม สายการบินจะใช้โอกาสในงานดูไบ แอร์โชว์นี้ ในการอวดโฉมเคบินสวีทชั้นเฟิร์สคลาส ซึ่งอยู่ในเครื่องบินแอร์บัส เอ340-600 ลำใหม่
มร.โฮแกน กล่าวว่า “ชั้นเฟิร์สคลาสดีไซน์ใหม่นี้ ถือเป็นผลิตภัณฑ์อันเยี่ยมยอดที่จะช่วยยกระดับให้เราในตลาดการเดินทางแบบพรีเมียม นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราสามารถเปิดตัวบริการดังกล่าวในเครื่องเอ340ได้อย่างรวดเร็ว”
ประชาชนทั่วไปจะได้มีโอกาสสัมผัสกับเคบินชั้นเฟิร์สคลาสใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วยที่นั่งในแบบสวีท 12 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพื้นที่สำหรับเก็บของให้แก่อาคันตุกะผู้ทรงเกียรติในชั้นเฟิร์สคลาส
เคบินสวีทในแต่ละที่นั่ง ประกอบไปด้วยประตูบานเลื่อนเพื่อความเป็นส่วนตัว รวมทั้งตู้เก็บเสื้อผ้าส่วนตัว มินิบาร์ จอแอลซีดีขนาด23นิ้ว รวมทั้งระบบเพื่อความบันเทิงแบบออน ดีมานด์ถึงกว่า 600 ชั่วโมง ช่องเก็บของแบบบิวท์อินบริเวณรอบที่นั่ง
นอกจากนั้น ยังมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าขนาดใหญ่สุดหรูหรา พร้อมด้วยกระจกยาวเต็มตัวไว้ให้บริการ รวมถึงอ่างล้างหน้ารูปแบบใหม่ พร้อมด้วยที่นั่งหนังพับได้อย่างดี ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการล้างหน้าล้างตา และเติมความสดชื่นหลังจากเครื่องขึ้นและก่อนลงแตะพื้นดิน
การประกาศข้อตกลงและสัญญาต่างๆ เกิดขึ้นภายหลังจากที่สายการบินฯได้ทำการฉลองครบรอบปีที่6 ของการดำเนินงาน ซึ่งสายการบินฯให้บริการเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางกว่า 57 จุดหมายทั่วโลก ด้วยฝูงบินกว่า 49 ลำ โดยเอทิฮัดคาดว่าจะสามารถสร้างยอดผู้โดยสารได้ถึง 7 ล้านคนภายในปี 2552 นี้
นอกจากนั้น ยังมีการร่วมลงนามกับ แอร์ คาร์โก แมกซิมัส ในการร่วมเป็นพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้ง ในการริเริ่มโครงการระดับนานาชาติโดยประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ที่เรียกว่า “แคร์ อิน ดิ แอร์” ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมทั่วโลก ด้วยการให้ความช่วยเหลือในภูมิภาคที่กำลังประสบปัญหา
มร.โฮแกน กล่าวสรุปว่า “ภายใน 6 ปีที่ผ่านมา สายการบินเอทิฮัดได้เติบโตและก้าวสู่การเป็นสายการบินในเวทีระดับโลก พร้อมทั้งได้รับการยกย่องให้เป็นสายการบินที่มึความมุ่งมั่นและมีเป้าหมายในระยะยาวที่ชัดเจน”
“ในทศวรรษหน้านี้ เราจะยังคงมุ่งมั่นขยายบริการของเราทั่วโลก โดยการลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างความเจริญเติบโตและเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายของนครอาบูดาบี จะได้ช่วยเป็นตัวเร่งในการพัฒนาของเราอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้น เราได้วางแผนเพื่อรองรับความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
“ในขณะเดียวกัน เรายังคงเน้นยุทธศาสตร์การลงทุนของเราบนพื้นฐานการค้าและธุรกิจ เพื่อที่เราจะยังคงมั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างความพึงพอใจกลับสู่บรรดาผู้ถือหุ้นของเราเช่นกัน”
เกี่ยวกับสายการบินเอทิฮัด
สายการบินเอทิฮัด เป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีสำนักงานใหญ่ ณ เมืองหลวงอาบูดาบี ปัจจุบันสายการบินเอทิฮัดให้บริการเที่ยวบินสำหรับอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติ 50 จุดหมายปลายทาง ครอบคลุมตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกาเหนือ แอฟริกา และเอเชีย ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการบินเอทิฮัดได้ที่ www.etihadairways.com
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ สายการบินเอทิฮัด กรุณาติดต่อ
ภาริสา ฉายากุล /เมธาวรินทร์ มณีกูลพันธ์
บริษัท โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0 2260-5820 ต่อ 121 โทรสาร 0 2260-5847-8
อีเมล์ samui@tqpr.com/mae@tqpr.com
ที่มา:
โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์ (ประเทศไทย)


























