ดีเอชแอล ฉลอง 40 ปี แห่งการเป็นผู้ขับเคลื่อนการค้าระดับโลก พร้อมตั้งเป้าการเติบโตในอนาคต

• นวัตกรรมของดีเอชแอลมีบทบาทสำคัญต่อการค้าระดับโลกที่กำลังขยายตัว
• ความใส่ใจต่อลูกค้าคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาโซลูชั่นที่ทำให้เราเป็นผู้นำในวงการ
•  นวัตกรรมจะช่วยขับเคลื่อนดีเอชแอลให้ก้าวไปข้างหน้าต่อไป

กรุงเทพฯ,ตุลาคม 2552 – ในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี ของดีเอชแอลเมื่อเร็วๆ นี้ มร. แฟรง แอพเพิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายบริหาร ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล ได้เผยถึงความลับแห่งความสำเร็จของดีเอชแอลในฐานะผู้นำธุรกิจขนส่งด่วน    และลอจิสติกส์ระดับโลก ซึ่งประกอบด้วย ความมุ่งมั่นของการเป็นผู้บุกเบิก การให้ความสำคัญแก่ลูกค้า และบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ขับเคลื่อนการค้าระดับโลก

“เมื่อปี 2512 ผู้ชายสามคนได้ทำสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้เป็นจริงได้ นั่นคือการไปเหยียบดวงจันทร์  เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น มร. เอเดรียน ดาลซี มร. แลร์รี่ ฮิลบลอม และ มร.โรเบิร์ต ลินน์ ได้ก่อตั้ง ดีเอชแอล และทำให้โลกของเราเล็กลง โดยดีเอชแอลเป็นผู้บุกเบิกแห่งอุตสาหกรรมขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ช่วยให้เอกสารไปถึงมือผู้รับได้ภายในเวลาเพียงข้ามคืน แทนที่จะเป็น 2 – 3 วันเหมือนแต่ก่อน”

บริษัทขนส่งด่วนเติบโตอย่างรวดเร็วและได้ผนึกรวมการขนส่งสินค้าทั่วโลกและการจัดการระบบซัพพลายเชนเข้าด้วยกันโดยการควบรวมกิจการผู้ส่งสินค้าชั้นนำ แดนซาส แอร์ แอนด์ โอเชี่ยน เมื่อปี 2545 และผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชน/ลอจิสติกส์ เอ๊กเซล ในปี 2548 ทำให้ดีเอชแอลสามารถมอบบริการครบวงจรผ่านทางเครือข่ายระดับโลกที่ไม่มีใครเทียบเท่าได้ โดยครอบคลุม 220 ประเทศและอาณาเขตต่างๆ ทั่วโลก ปัจจุบัน     ดีเอชแอลเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมผู้ให้บริการในหลายส่วน ได้แก่ ผู้ให้บริการส่งสินค้าทางอากาศและทะเลอันดับหนึ่ง  ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศอันดับหนึ่ง ผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์อันดับหนึ่งและเป็นอันดับสองในแง่การให้บริการขนส่งสินค้าทางรถยนต์ในยุโรป

การนำส่งเอกสารระหว่างประเทศจากมือผู้ส่งถึงมือผู้รับ ที่ต้องการความเร่งด่วนมาก ถือเป็นบริการที่ปฏิวัติวงการขนส่งเมื่อแรกเริ่ม ได้ช่วยให้องค์กรต่างๆ ทั่วโลกเติบโตพร้อมทั้งขยายผลสำเร็จทางธุรกิจ อีกทั้งช่วยกระตุ้นการค้าระดับโลกและย่อโลกของเราให้เล็กลงๆ ทุกวันในแง่ของการขนส่ง

ทั้งนี้ ดีเอชแอลได้พัฒนาธุรกิจลอจิสติกส์อย่างต่อเนื่องโดยการแนะนำนวัตกรรมซึ่งหลายครั้งได้กลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงการใช้ Radio Frequency ID หรือระบบระบุลักษณะของวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุในการบริหารคลังสินค้า และระบบติดตามด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยซึ่งตรวจและติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ทั่วโลกหรือบางครั้งหากพบเหตุที่อาจก่อให้เกิดการล่าช้าก็จะปรับเปลี่ยนการจัดส่งสินค้าโดยใช้เส้นทางอื่นได้

ดีเอชแอลเปิดศูนย์นวัตกรรมแห่งแรกอย่างเป็นทางการในปี 2549 เพื่อพัฒนาโซลูชั่นด้านลอจิสติกส์ที่ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับของตลาด ซึ่งมีความคุ้มค่าและคล่องตัวสูง ดีเอชแอลยังได้จัดตั้งศูนย์โซลูชั่นเพื่อลูกค้าทั่วโลก  ซึ่งจัดหาโซลูชั่นที่ออกแบบให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในแง่ลอจิสติกส์ระดับโลก

ทั้งนี้ ดีเอชแอลเป็นผู้ให้บริการแห่งแรกที่นำเสนอบริการขนส่งทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ลูกค้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยยานพาหนะของบริษัท เมื่อปี 2551 ดีเอชแอลเป็นบริษัทขนส่งด่วนและลอจิสติกส์แห่งแรกที่ให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณะว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงร้อยละ 30 ภายในปี 2563

สิ่งสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมคือความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า มร. แอพเพิล กล่าวว่า “เราตระหนักมาตั้งแต่เริ่มแล้วว่าความสำเร็จของบริษัทไม่ได้เกิดจากแค่การรับฟังความต้องการของลูกค้า แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ การตอบสนองต่อความต้องการนั้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มีหลายครั้งที่เราคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าและนำเสนอให้แก่ลูกค้าของเรา ก่อนที่เขาจะขอให้เราช่วยเสียอีก”

ด้วยความยึดมั่นในหลักการดำเนินงานเช่นนี้ ดีเอชแอลได้สร้างเส้นทางการค้าในหลายประเทศ เช่น รัสเซีย และจีน ตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น และทันทีที่สงครามสิ้นสุดลง ดีเอชแอลจึงสามารถให้การสนับสนุนบริษัทต่างๆ อย่างเต็มที่ในการเข้าสู่ตลาดใหม่เหล่านี้โดยอาศัยความรู้ในเชิงลึกและความเชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์ของเรา ด้านธุรกิจในท้องถิ่นก็ได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นกันในการเปิดเส้นทางการค้าใหม่ๆ  เพื่อการส่งออกไปยังตลาดโลก

ดีเอชแอลได้ขยายเครือข่ายออกไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นผู้นำตลาดที่สำคัญในตลาดเกิดใหม่ เช่น BRIC (บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตัวแทนของการเติบโตทางการค้าในอนาคต 

ด้านนางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและภาคพื้นอินโดจีน กล่าวเสริมว่า “ในส่วนของประเทศไทยและภาคพื้นอินโดจีน ดีเอชแอลก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาดขนส่งด่วนและลอจิสติกส์ นอกเหนือจากเครือข่ายระดับโลกแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าคือ ความตั้งใจจริงในการทำงานกับลูกค้าของเราอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจธุรกิจและความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตรงกับความต้องการและความเปลี่ยนแปลงทางการค้าที่เกิดขึ้น”

มร.แอพเพิล กล่าวสรุปว่า “เป็นเพราะพนักงานและลูกค้าของเราที่ช่วยให้ในวันนี้ดีเอชแอลสามารถมายืนในตำแหน่งนี้ได้ ดังนั้นเราจึงตั้งใจที่จะสานต่อความมุ่งมั่นของการเป็นผู้บุกเบิก ซึ่งช่วยให้เรานำเสนอโซลูชั่นต่างๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของเขา ประกอบกับการกระตุ้นการคิดริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำมาปฏิบัติได้จริงอย่างต่อเนื่อง เราจึงมั่นใจว่าเราจะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันไปได้ และรักษาตำแหน่งความเป็นผู้นำของตลาดระดับโลกต่อไปอีกหลายทศวรรษ”
ข้อมูลเพิ่มเติมดีเอชแอล
ดีเอชแอล ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลก
ดีเอชแอล เป็นผู้นำระดับโลกทางด้านอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ และ ”ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลก” มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญพิเศษในด้านบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ การขนส่งทางอากาศ ทางเรือ และทางบก ตลอดจนโซลูชั่นด้านลอจิสติสก์ต่างๆ และบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ปัจจุบัน ดีเอชแอลมีเครือข่ายเชื่อมโยงครอบคลุมมากกว่า 220 ประเทศและอาณาเขตต่างๆ ทั่วโลก ด้วยบุคลากรกว่า 310,000 คนทั่วโลก ที่พร้อมมอบบริการที่รวดเร็ว วางใจได้ และเกินความคาดหวังของลูกค้าโดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานระดับท้องถิ่น ที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ดีเอชแอลได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการสนับสนุนการปกป้องสภาพภูมิอากาศ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติ และการส่งเสริมด้านการศึกษา ดีเอชแอล เป็นหนึ่งในตราสินค้าของดอยช์ โพสท์ ดีเอชแอล ซึ่งสามารถทำรายได้กว่า 54 พันล้านเหรียญยูโร ในปี ค.ศ. 2008 กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ http://press.ap.dhl.com เพื่อรับทราบข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับดีเอชแอล ในเอเชีย แปซิฟิก

ดีเอชแอล ประเทศไทย ให้บริการขนส่งและลอจิสติกส์อย่างครบวงจรด้วยศักยภาพของ 3 หน่วยงาน ได้แก่  ดีเอชแอล  เอ๊กซ์เพรส  ดีเอชแอล โกลเบิลฟอร์เวิร์ดดิ้ง  และดีเอชแอล ซัพพลายเชน ที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกอย่างเต็มที่จากการติดต่อผู้ให้บริการเพียงรายเดียว (one-stop-shop) ซึ่งรองรับการขนส่งทุกรูปแบบ ตั้งแต่เอกสารไปจนถึงตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีพนักงานกว่า 6,300 คนให้บริการอย่างมืออาชีพ ผ่านเครือข่ายและจุดบริการมากกว่า 70 แห่ง ที่ให้บริการครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ http://www.dhl.co.th

 

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย:
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน ประเทศไทย
อรวรรณ ชื่นวิรัชสกุล หรือ พิชญ์พธู ไวยโชติ
โทรศัพท์ 0-2627-3501 ต่อ 212 หรือ 217
โทรสาร 0-2627-3510
อีเมล์ ochuenwiratsakul@th.hillandknowlton.com     
        pwaiyachote@th.hillandknowlton.com

 

ที่มา:
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน ประเทศไทย

Leave a comment

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Your email is never shared. Required fields are marked *